ทรงผมชายวินเทจ การันตีไม่ตกยุคตัดยังไงก็รอด

ทรงผมชายวินเทจ การันตีไม่ตกยุคตัดยังไงก็รอด

วินเทจ หรือแฟชั่นแบบย้อนยุค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตัว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รวมไปถึงทรงผม เพราะทุกยุคทุกสมัย ต่างมีแฟชั่นที่ลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งต่างก็ได้รับอิทธิพลจากเหล่าดารา คนดังในยุคนั้นๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าทรงผมไหนที่ยังคงได้รับความนิยม และน่าตัดกันบ้าง

1.Pompadour
ปอมปาดัวร์ หรือ Pompadour ทรงผมชายยอดฮิตตลอดกาล เนื่องจากมีทั้งคงความเนี๊ยบและความดิบในตัวมันเอง เนื่องจากผู้ชายไม่ควรจะดูเนี๊ยบจนเกินไป จึงส่งให้ส่ง ปอมปาดัวร์ เป็นทรงผมสุดคลาสสิก ที่ยังมีคนตัดมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยการเซ็ตที่ตีโป่งเสยผมขึ้น หากต้องการให้ทรงดูสูงๆ ก็ตีโป่งสูงๆ ถ้าไม่ชอบสูงๆ ก็ตีโป่งให้ต่ำลงมา แล้วแต่คุณจะเลือกเซ็ตได้เลย

2.Side Parted
สุดยอดทรงผมสุดคลาสสิคอีกหนึ่งทรง เป็นทรงผมที่ลงตัวมากๆ ด้วยการแสกข้างและทำการปาด พร้อมกับใช้โพเมดในการเซ็ทผมอีกฝั่งให้เรียบไปในทางใดทางหนึ่ง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ลุคที่ดูสุขุมปนความเป็นผู้ชาย เหมาะสำหรับเซ็ทไปทำงาน ออกงานทางการ หรือจะออกเดตกับสาวๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา

3.Undercut
สุดยอดทรงผมที่ทำให้คุณดูเท่ แมน และน่าสนใจ เนื่องจากเป็นทรงได้รับแรงบันดาลใจจากสงครามโลก ของทหารอเมริกา ด้วยการเสยผมด้านหลังทั้งหมด พร้อมผมด้านข้าง ด้านหลังไล่เฟดขึ้นไปสูงๆ เพื่อให้ผมที่เสยด้านบนดูเด่นชัด นับว่าเป็นอีกหนึ่งทรงผมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงนี้

4.Quiff
หากพูดถึงทรงผมคลาสสิคที่สุด ทรงควิฟ ก็น่าจะบอกได้เต็มปาก เพราะทรงนี้เผยความเป็นธรรมชาติของเส้นผม โดยเริ่มจากใส่โพเมดลงบนเส้นผม เซ็ตด้วยการแปรงหวีขึ้นจากหน้าผากไปด้านหลังเพียงเล็กน้อย และหวีไปในทิศทางเดียวกัน ทรงนี้เหมาะกับทุกโครงหน้า

5.Slicked Back
คำว่า “ทรงขัดใจแม่” คือ นิยามของทรงผมทรงนี้แบบถูกที่สุด ด้วยการไถข้างและด้านหลังออกจนขาวทั้งหมด เหลือไว้เพียงด้านบน ก่อนที่จะเสยมาทางด้านหลัง โดยทรงนี้ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากชาวไวกิ้ง ซึ่งคุณจะดูดิบเถื่อน เท่แบบไม่เหมือนใคร แต่หากอยากตัดทรงนี้ และไม่อยากไถด้านข้างจนขาว ยังมีทรงอย่าง Slicked Back 90s ที่จะใช้กรรไกรในการไล่ผมด้านข้าง ด้านหลัง ทำให้ผมไม่สั้นมาก ไม่ต้องไถออกเหมือนกับ Slicked Back แต่ก็ยังคงความเท่ไปอีกแบบ

Related Posts